ประโยชน์ของต้นกก

ประโยชน์ของต้นกก

     1. ทำเป็นเสื่อสำหรับนอน สำหรับปูพื้นในห้องรับแขกแทนพรม  และปูลาดตามพื้นโบส์ถวิหาร เพื่อความสวยงาม

     2. ทำเป็นกระเป๋า แทนกระเป๋าหนัง ทำเป็นรูปต่าง ๆ ได้หลายแบบ แล้วแต่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นแบบต่าง ๆ กัน  ทำเป็นกระเป๋าสตางค์ ทำเป็นกระเป๋าหิ้วสตรี กระเป๋าใส่เอกสาร แต่ปัจจุบันมีผู้ทำกันน้อย เพราะกระเป๋าหนัง กระเป๋าพลาสติก ราคาถูกลงมากการทำไม่ค่อยคุ้มค่าแรงงาน

     3. ทำเป็นหมอน เช่น หมอนรองที่นั่ง หมอนพิงพนักเก้าอี้ เรียกว่า หมอนเสื่อ

     4. ทำเป็นกระสอบ เรียกว่ากระสอบกก

     5. ทำเป็นเชือกสำหรับมัดของที่ห่อแล้ว ตามร้านค้าทั่วไปนิยมใช้เชือกกก เพราะราคาถูกมาก

     6. ทำเป็นหมวก ใช้กันแดด  กันความร้อนจากแสงแดด  กันฝน  หรือเพื่อความสวยงาม

     7. ทำเป็นกระจาดใส่ผลไม้  หรืออาหารแห้ง

     8. การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับริมสระน้ำ ในสวน หรือปลูกในภาชนะร่วมกับไม้น้ำอื่น ๆ

     9. เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน และต้นกกมีคุณสมบัติในการบำบัดน้ำเสีย ปรับสมดุลนิเวศน์วิทยา

     10. ใช้เป็นยารักษาโรค  เช่น

           –  ใบ  ตำพอกฆ่าพยาธิบาดแผล

           –  ต้น  รสเย็นจืด  ต้มเอาน้ำดื่ม  รักษาโรคท่อน้ำดีอักเสบ  ขับน้ำดี

           –  ดอก  รสฝาดเย็น  ต้มเอาน้ำอม  แก้แผลเปื่อยพุพองในปาก

           –  เหง้า  รสขม  ต้มเอาน้ำดื่ม  หรือบดเป็นผง  ละลายน้ำร้อนดื่ม  บำรุงธาตุ เจริญอาหาร  แก้เสมหะ  ขับน้ำลาย

           –  ราก  รสขมเอียน  ต้มเอาน้ำดื่ม  หรือตำกับเหล้า  คั้นเอาน้ำดื่ม  แก้ช้ำใน  ขับโลหิตเน่าเสีย

 

 

กระบวนการผลิต

วัตถุดิบและส่วนประกอบ

๑. ไม้ไผ่
๒. หวาย
๓. ตะปูเข็ม
๔. ต้นกก
๕. กาวลาเท็กซ์
๖. แล็คเกอร์
๗. ลวด


ขั้นตอนการผลิต

1. เตรียมวัสดุ/อุปกรณ์
     – ต้นกก นำมาทำเป็นเส้นเล็กๆ ใช้เฉพาะบริเวณผิวของลำต้น นำไปตากแดดให้แห้ง และเปียเป็นเส้นเล็กๆ เตรียมไว้สำหรับสาน
     – หวายจักเส้นหวายและขูดให้เรียบ เป็นเส้นเล็กสำหรับมัดและสานยึดติดโครงผลิตภัณฑ์
     – ไม้ไผ่ ตัดไม้ไผ่ เป็นท่อนเล็กๆ ความยาวประมาณ 16 เซนติเมตร (หรือเท่ากับความสูงของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ) ทาสีเพื่อกันมอด/แมลง
2. ขึ้นโครงตะกร้า โดยใช้หวายขดเป็นวง ตอกตะปูยึดเพื่อความแน่นหนา
3. ส่วนก้นตะกร้า ใช้ไม้ไผ่วางตามแนวขวาง พันยึดด้วยลวดและเส้นหวาย (ชุบน้ำก่อนเพื่อให้เส้นหวายเหนียวและพันง่ายขึ้น)
4. ขึ้นโครงด้านข้างด้วยวิธีเดียวกัน ตัดไม้ส่วนเกินออกให้เรียบร้อย
5. หลังจากที่ประกอบโครงร่างตะกร้าด้วยไม้ไผ่แล้ว ให้ทาด้วยกาวลาเท็กซ์ เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนยึดติดกันให้แน่น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
6. นำเส้นกกที่เปียเตรียมไว้แล้วมาสานขึ้นลาย โดยสานทีละชั้น จนเต็มโครงตะกร้า
7. เก็บรายละเอียด ตรวจสอบความเรียบร้อย
8. เคลือบเงาด้วยแล็คเกอร์ ทิ้งไว้ให้แห้ง

เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

1. การเตรียมและคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความละเอียด สวยงาม
2. มีการตรวจสอบ/ควบคุมคุณภาพ ในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการจัดทำโครงตะกร้า ต้องให้ แน่นหนาและแข็งแรง การวางลวดลายให้ลงตัวเพื่อความสวยงาม

ประโยชน์ของหวาย

 ประโยชน์ของหวาย    

   1. ลำต้นนำมาจักสานเป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ ม้านั่ง เตียงนอน เป็นต้น มักใช้หวายขนาดใหญ่ เช่น หวายโป่ง หวายกำพวน หวายข้อดำ หวายตะค้าทอง เป็นต้น
         2. ใช้จักสานเป็นเครื่องเรือน เครื่องใช้ เช่น ถาด ตะกร้า หมวก เป็นต้น มักใช้หวายขนาดเล็กที่เหนียว และโค้งงอได้ดี เช่น หวายกาหลง หวายหอม หวายดง หวายขี้บาง หวายพุน เป็นต้น
         3. ใช้จักสานเป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น ฝ้า ผนัง หน้าต่าง เป็นต้น มักใช้หวายขนาดใหญ่
         4. ลำต้นแก่จักหรือกรีดเป็นเส้น แล้วตากแห้ง นำมาใช้ทำเป็นเชือกคล้องช้าง คล้องโค หรือทำเป็นเชือกรัดของ
         5. ยอดอ่อน ดอกอ่อน หน่ออ่อน นำมาปรุงอาหารได้หลายเมนู อาทิ แกงอ่อม แกงหวาย แกงจืด รวมถึงลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก เช่น หวายโคก หวายดง หวายหางหนู หวายนั่ง หวายขม เป็นต้น
         6. ราก ใบ แก่น/เนื้อไม้ ดอก และผล นำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ใช้ได้ในหวายทุกชนิด ได้แก่ รักษาไข้ ลดพิษจากสัตว์ต่อย ใช้ขับพยาธิ แก้อาการชัก แก้เป็นลม แก้หอบหืด ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคท้องร่วง ท้องเสีย และช่วยเจริญอาหาร